ผู้สูงอายุหกล้มบ่อยเกิดจากอะไร ?

Last updated: 24 ม.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผู้สูงอายุหกล้มบ่อยเกิดจากอะไร ?

การหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขที่พบได้บ่อย และส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัว หลายคนอาจมองว่าการหกล้มเป็นเพียงเรื่องของความ “ซุ่มซ่าม” หรือ “ไม่ระวัง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การหกล้มมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว หากเกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ทั้งจากร่างกาย จิตใจ ยา และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงจากการหกล้มสูง โดยประมาณ 20–30% ของผู้สูงอายุที่หกล้มจะมีอาการบาดเจ็บระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น กระดูกสะโพกหัก กระดูกสันหลังหัก หรือศีรษะกระแทก ซึ่งอาจนำไปสู่ความพิการ การพึ่งพาผู้อื่น หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจสาเหตุของการหกล้มจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกัน

ทำไมผู้สูงอายุถึงหกล้มง่ายขึ้น        

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมเกิดการเสื่อมถอยตามธรรมชาติ กล้ามเนื้อมีขนาดและความแข็งแรงลดลง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัว ทำให้การลุก นั่ง เดิน หรือเปลี่ยนท่าทางทำได้ช้าลงและไม่มั่นคง นอกจากนี้ ข้อต่ออาจเสื่อม มีอาการปวดเข่า ปวดสะโพก หรือข้อฝืด ส่งผลให้การเคลื่อนไหวไม่คล่องตัว และเสี่ยงต่อการเสียการทรงตัว ระบบประสาทก็มีการตอบสนองช้าลง เมื่อเกิดการสะดุดหรือเสียหลัก ผู้สูงอายุอาจไม่สามารถปรับท่าทางได้ทันเวลา จึงล้มลงได้ง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว

การทรงตัวและการรับรู้ตำแหน่งร่างกายลดลง การทรงตัวของร่างกายอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบ ได้แก่ ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบประสาท หูชั้นใน และสายตา เมื่อระบบใดระบบหนึ่งเสื่อมลง ความสามารถในการทรงตัวก็ลดลงตามไปด้วย

ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาเวียนศีรษะ หน้ามืด โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นเร็ว ๆ จากท่านั่งหรือท่านอน ซึ่งอาจเกิดจากความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงฉับพลัน (orthostatic hypotension) ทำให้เสียการทรงตัวและหกล้มได้

ปัญหาทางสายตาและการมองเห็น สายตาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย ผู้สูงอายุอาจมีภาวะสายตาพร่ามัว ต้อกระจก ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม ทำให้มองเห็นไม่ชัด มองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง ระดับพื้น หรือขั้นบันไดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในที่แสงน้อย ส่งผลให้สะดุดหรือก้าวพลาดได้ง่าย

การใช้ยาและผลข้างเคียง ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องรับประทานยาหลายชนิดพร้อมกัน ยาบางกลุ่ม เช่น ยาลดความดันโลหิต ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า หรือยาที่มีผลต่อระบบประสาท อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เวียนศีรษะ มึนงง หรือการตอบสนองช้าลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มอย่างมาก นอกจากนี้ การใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน (polypharmacy) อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ส่งผลต่อการทรงตัวโดยที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลไม่ทันสังเกต

โรคประจำตัวและภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง โรคเรื้อรังหลายชนิดเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม เช่น โรคเบาหวานที่ทำให้ปลายประสาทเสื่อม ชาร่วมกับการทรงตัวไม่ดี โรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีก โรคพาร์กินสันที่ทำให้การเคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง หรือก้าวเดินไม่มั่นคง รวมถึงภาวะสมองเสื่อมที่ทำให้การรับรู้และการตัดสินใจลดลง

สภาพแวดล้อมในบ้านที่ไม่ปลอดภัย บ้านซึ่งควรเป็นที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นสถานที่ที่ผู้สูงอายุหกล้มบ่อยที่สุด ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ พื้นลื่น พรมที่ไม่ยึดติดกับพื้น สายไฟระเกะระกะ แสงสว่างไม่เพียงพอ ห้องน้ำไม่มีราวจับ หรือบันไดที่ไม่มีราวพยุง การจัดบ้านที่ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้อย่างมาก

ปัจจัยทางจิตใจและพฤติกรรม ความกลัวการหกล้มอาจทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น กลายเป็นวงจรที่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม นอกจากนี้ บางคนอาจไม่ยอมใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์ เนื่องจากรู้สึกว่าเป็นภาระหรือทำให้ดูแก่ ซึ่งอาจเพิ่มอันตรายโดยไม่จำเป็น

  1. เก็บของที่สะดุดง่ายออกจากทางเดิน - สายไฟ ของวางพื้น พรมม้วน เป็นตัวล้มยอดฮิต
  2. เพิ่มแสงสว่างทั่วบ้าน โดยเฉพาะทางเดินกลางคืน - บ้านสว่างช่วยลด “ก้าวพลาด” โดยตรง
  3. ติดราวจับในจุดที่ “ลุก–นั่ง–ก้าวข้าม” บ่อย - โถสุขภัณฑ์, ใน/นอกฝักบัว, ทางขึ้นลงสเต็ป
  4. บันไดต้องมีราวจับทั้งสองข้าง ถ้าทำได้ - แนะนำราวบันไดทั้งสองด้านเพื่อความมั่นคง
  5. ใส่รองเท้าที่พื้นยึดเกาะดี “ในบ้านก็ต้องใส่” - หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะหลวม ๆ หรือเดินเท้าเปล่าบนพื้นลื่น
  6. ฝึก “แรงขา + ทรงตัว” สัปดาห์ละ 3–5 วัน (แบบปลอดภัย)
  7. ทบทวนยา (Medication review) ถ้ามีล้มซ้ำ - บางคนล้มเพราะ “ยาทำให้มึน/ง่วง” โดยไม่รู้ตัว (แนะนำคุยแพทย์/เภสัชกร)
  8. ตรวจสายตาและอุปกรณ์ช่วยมองเห็นให้เหมาะ – แว่นเดิมไม่ชัดทำให้กะระยะพลาด
  9. จัดห้องนอนให้ “ลุกแล้วไม่ล้ม” – ทางเดินเตียงไปห้องน้ำต้องโล่ง , มีไฟหัวเตียง/ไฟกลางคืน
  10. ถ้าจำเป็นให้ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินให้ถูกวิธี - Walker/ไม้เท้าช่วยได้มาก แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้และฝึกใช้ให้ถูก (ถ้าใช้ผิด อาจล้มมากขึ้น)

 

การมีอุปกรณ์ช่วยป้องกันช่วยลดโอกาสการหกล้มได้อย่างมาก

ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้