สายตาผู้สูงอายุเปลี่ยนอย่างไร? ทำไม มองไม่ชัด จึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดิน

Last updated: 16 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สายตาผู้สูงอายุเปลี่ยนอย่างไร? ทำไม มองไม่ชัด จึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดิน

สายตาผู้สูงอายุเปลี่ยนอย่างไร? ทำไม “มองไม่ชัด” จึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดิน

เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของดวงตาและการมองเห็นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย ผู้สูงอายุอาจมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด ภาพมัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว หรือมีโรคทางตาที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อการอ่านหนังสือหรือการทำกิจวัตรประจำวันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การเดิน การกะระยะ การมองพื้นต่างระดับ และความปลอดภัยจากการหกล้ม ด้วย


สายตาผู้สูงอายุเปลี่ยนอย่างไร?
การเปลี่ยนแปลงที่พบได้ตามวัย ได้แก่
  1. มองระยะใกล้ไม่ชัดขึ้น สายตายาวตามวัย (Presbyopia) เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดจากเลนส์ตาสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้การปรับโฟกัสวัตถุระยะใกล้ทำได้ลดลง ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชระบุว่า สายตายาวตามวัยมักเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุประมาณ 40–50 ปีขึ้นไป โดยอาจต้องยื่นวัตถุออกห่างหรือเพิ่มแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น

  2. มองภาพมัวหรือเหมือนมีหมอกบัง ต้อกระจก เป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่นขึ้นตามวัย ส่งผลให้เกิดอาการตามัวหรือมองเห็นไม่ชัดข้อมูลจากศิริราชระบุว่า เมื่ออายุมากขึ้น ดวงตาอาจเกิดความเสื่อม และต้อกระจกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการสายตาขุ่นมัวในผู้สูงอายุ หากมองเห็นพื้นหรือสิ่งกีดขวางไม่ชัด การเดินในพื้นที่ที่มีสิ่งของวางอยู่หรือมีพื้นต่างระดับจึงอาจทำได้ยากขึ้น

  3. ลานสายตาอาจลดลง โรคต้อหิน สามารถทำให้ลานสายตาค่อย ๆ แคบลง โดยระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน ศิริราชระบุว่าต้อหินพบได้มากขึ้นในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และหากไม่ได้รับการตรวจและรักษา อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้ ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการเดิน เพราะการมองเห็นรอบข้างช่วยให้เรารับรู้สิ่งกีดขวางหรือสภาพแวดล้อมขณะเคลื่อนไหว

  4. มองตรงกลางภาพไม่ชัดหรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ผู้สูงอายุบางรายอาจเกิด จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมตามวัย (AMD) ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นบริเวณกลางภาพ ข้อมูลจากศิริราชระบุว่าอาจมีอาการตาพร่ามัว ความชัดเจนในการมองเห็นลดลง เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือมองบริเวณตรงกลางภาพไม่ชัด


ทำไม “มองไม่ชัด” จึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดิน?
การเดินไม่ได้อาศัยเพียงกำลังของกล้ามเนื้อหรือการทรงตัวเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการมองเห็นเพื่อช่วยประเมินสิ่งที่อยู่ด้านหน้า ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการมองเห็นอาจประเมินสิ่งต่าง ๆ ได้ยากขึ้น เช่น
  • พื้นต่างระดับ
  • ขอบพรมหรือธรณีประตู
  • ขั้นบันได
  • สิ่งของที่วางอยู่บนพื้น
  • พื้นเปียกหรือลื่น
  • ทางเดินที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
  • สิ่งกีดขวางด้านข้าง


สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม หากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
  • เดินชนสิ่งของบ่อยขึ้น
  • กะระยะขั้นบันไดหรือพื้นต่างระดับผิด
  • ต้องเพิ่มแสงสว่างจึงจะมองเห็นชัด
  • มองเห็นภาพมัวลง
  • เห็นภาพบิดเบี้ยว
  • มองตรงกลางภาพไม่ชัด
  • เดินไม่มั่นใจเหมือนเดิม
  • ต้องจับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ขณะเดิน
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดจากโรคตาใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นเหตุผลที่ควรพิจารณา ตรวจการมองเห็นและประเมินความปลอดภัยในการเดินร่วมกัน


จัดบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่มองเห็นไม่ชัด?
การปรับบ้านควรคำนึงถึงทั้ง การมองเห็นและการเดิน ไปพร้อมกัน
  1. เพิ่มแสงสว่างในทางเดิน โดยเฉพาะบริเวณห้องนอน ทางเดิน บันได และห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องเดินผ่านบ่อย

  2. ทำทางเดินให้โล่ง ไม่ควรวางกล่อง รองเท้า สายไฟ หรือสิ่งของอื่น ๆ บนเส้นทางเดิน เพราะอาจกลายเป็นสิ่งกีดขวาง

  3. ทำพื้นต่างระดับให้สังเกตได้ง่าย กรมอนามัยแนะนำให้พื้นบ้านเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง และหากมีพื้นต่างระดับควรทำให้มีสัญลักษณ์หรือจุดสังเกตที่ชัดเจน รวมถึงหลีกเลี่ยงพื้นหรือลวดลายที่อาจทำให้เกิดความสับสนทางสายตา

  4. เพิ่มอุปกรณ์ช่วยพยุงในจุดเสี่ยง เช่น ราวจับบริเวณห้องน้ำและบันได โดยเฉพาะจุดที่ต้องลุก–นั่ง ก้าวข้าม หรือเปลี่ยนระดับ กรมอนามัยยังแนะนำให้ห้องน้ำมีพื้นผิวที่เหมาะสมและมีราวจับเพื่อช่วยป้องกันการหกล้ม

  5. ตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอ ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชระบุว่า ผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจตาเป็นระยะ เนื่องจากโรคตาบางชนิดอาจค่อยๆ เกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก

    เอกสารของกรมอนามัยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการล้มยังแนะนำให้ ตรวจเช็กสายตาทุก 1–2 ปี และระบุว่าปัญหาสายตา เช่น สายตายาว จอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน และต้อกระจก อาจเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการหกล้มได้
“มองไม่ชัด” อาจทำให้ผู้สูงอายุประเมินสิ่งกีดขวาง ระยะห่าง และพื้นต่างระดับได้ยากขึ้น จึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินและความเสี่ยงต่อการหกล้ม การดูแลจึงควรทำควบคู่กัน 3 ด้าน คือ ตรวจสายตา + จัดบ้านให้มองเห็นและเดินได้ง่าย + เพิ่มอุปกรณ์ช่วยพยุงในจุดเสี่ยง

สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ การป้องกันไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการหกล้มก่อน การปรับทางเดิน แสงสว่าง และจุดพยุงให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมากขึ้นได้.


--------------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข – ผู้สูงอายุพลัดตกหกล้ม
    ข้อมูลเรื่องปัจจัยด้านการมองเห็น การเดิน การทรงตัว และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการหกล้ม
    กรมอนามัย – ผู้สูงอายุ ร้อยละ 60 พลัดตกหกล้ม
  • กรมอนามัย – จัดบ้าน (ให้) ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ
    แนวทางปรับสภาพบ้าน พื้น ทางเดิน และลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้ม
    อนามัยมีเดีย – จัดบ้านให้ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ
  • กรมอนามัย – การดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวและมีภาวะเสี่ยงต่อการล้ม
    มีคำแนะนำเรื่องการตรวจสายตาและโรคทางตาที่อาจเกี่ยวข้องกับการหกล้ม
    กรมอนามัย – การดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการล้ม
  • ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช – ตามัวในผู้สูงวัย
    ครอบคลุมสาเหตุของการมองไม่ชัด เช่น สายตายาวตามวัย ต้อกระจก และจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม
    ศิริราช – ตามัวในผู้สูงวัย
  • ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช – สายตายาวตามวัย
    อธิบายสาเหตุ อาการ และการเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นตามวัย
    ศิริราช – สายตายาวตามวัย
  • ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช – ต้อหิน
    ข้อมูลเกี่ยวกับต้อหิน การสูญเสียลานสายตา และความสำคัญของการตรวจคัดกรอง
    ศิริราช – ต้อหิน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้