ยาบางชนิด เพิ่มความเสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุได้หรือไม่? | สิ่งที่ครอบครัวควรรู้

Last updated: 24 ต.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ยาบางชนิด เพิ่มความเสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุได้หรือไม่? | สิ่งที่ครอบครัวควรรู้

ยาบางชนิด เพิ่มความเสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุได้หรือไม่? | สิ่งที่ครอบครัวควรรู้

ผู้สูงอายุที่รับประทานยาหลายชนิดเป็นประจำ อาจมีความเสี่ยงต่ออาการง่วงซึม มึนงง หน้ามืด หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งบางกรณีอาจเพิ่มโอกาสเกิดการหกล้มได้ ดังนั้น การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ได้มีเพียงการจัดบ้านให้ปลอดภัย แต่ควรใส่ใจเรื่อง การใช้ยา ควบคู่กันด้วย



ยากลุ่มใดที่ควรเฝ้าระวัง?
ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุที่ใช้ยากลุ่มเหล่านี้จะต้องหกล้ม หรือทุกคนจำเป็นต้องหยุดยา แต่ ควรสังเกตผลข้างเคียงและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

1. ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและทำให้ง่วงซึม ตัวอย่างเช่น
  • ยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทบางชนิด
  • ยารักษาอาการทางจิตเวชบางชนิด
  • ยาต้านเศร้าบางชนิด
  • ยากันชักบางชนิด
  • ยาแก้ปวดกลุ่ม opioid
  • ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด
  • ยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกบางชนิดที่ทำให้ง่วง
ยากลุ่มเหล่านี้บางชนิดอาจส่งผลต่อความตื่นตัว การทรงตัว หรือทำให้เกิดอาการง่วงซึม จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเดินอยู่แล้ว

: ข้อมูลจากศิริราชระบุยาหลายกลุ่มที่มีฤทธิ์ต่อสมองและอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ

2. ยาลดความดันโลหิต
ยาที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูงมีความสำคัญต่อการควบคุมโรค แต่หากขนาดยาไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำเกินไป หรือเกิดอาการ หน้ามืดเมื่อเปลี่ยนท่า ได้ โดยเฉพาะเวลาที่ผู้สูงอายุ นอน → นั่ง → ยืน หากเกิดอาการหน้ามืดหรือโคลงเคลงในช่วงดังกล่าว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียการทรงตัวและหกล้ม ศิริราชจึงแนะนำให้ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มและใช้ยาหลายชนิดได้รับการทบทวนรายการยาโดยแพทย์ผู้ดูแล

3. ยารักษาโรคเบาหวาน
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ผู้สูงอายุอาจมีอาการผิดปกติ เช่น มึนงง อ่อนแรง เดินไม่มั่นคง สับสน อาจหมดสติในกรณีรุนแรง ศิริราชระบุว่าการใช้ยารักษาโรคเบาหวานที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ระดับน้ำตาลต่ำเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้


ใครบ้างที่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ?
ครอบครัวควรใส่ใจเป็นพิเศษหากผู้สูงอายุมีลักษณะดังต่อไปนี้
  • รับประทานยาหลายชนิดเป็นประจำ
  • มีโรคประจำตัวหลายโรค
  • เดินไม่มั่นคงหรือมีปัญหาการทรงตัว
  • เคยหกล้มในช่วงที่ผ่านมา
  • เริ่มมีอาการง่วงซึมมากผิดปกติ
  • มีอาการมึนงงหรือหน้ามืดหลังรับประทานยา
  • ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้แล้วมีอาการโคลงเคลง
  • เพิ่งเริ่มยาใหม่หรือมีการเปลี่ยนขนาดยา
ศิริราชแนะนำว่า หากผู้สูงอายุมีปัญหาการทรงตัว เดินไม่มั่นคง หรือเคยหกล้ม และกำลังใช้ยาหลายชนิด การทบทวนรายการยาที่ใช้อยู่เป็นเรื่องสำคัญในการลดความเสี่ยง

5 สิ่งที่ครอบครัวควรทำ เพื่อความปลอดภัย

1. ทำรายการยาที่ผู้สูงอายุใช้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น
  • ยาที่แพทย์สั่ง
  • ยาที่ซื้อรับประทานเอง
  • ยาสามัญประจำบ้าน
  • ยาสมุนไพร
  • อาหารเสริม
ควรทำรายการไว้เพื่อให้แพทย์หรือเภสัชกรสามารถประเมินการใช้ยาได้ครบถ้วน

2. สังเกตอาการหลังใช้ยา
หากพบว่าผู้สูงอายุเริ่มมีอาการ เช่น ง่วงมาก มึนงง หน้ามืด เดินเซ หรือทรงตัวผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร

3. ไม่หยุดยาเอง
ข้อนี้สำคัญมาก แม้สงสัยว่ายาบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับอาการหกล้ม ก็ไม่ควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือเปลี่ยนเวลาในการรับประทานยาเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง ศิริราชระบุชัดว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาเพื่อพิจารณาว่ายังจำเป็นต้องใช้หรือควรปรับการรักษาหรือไม่
 
4. จัดบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ
แม้จะทบทวนการใช้ยาแล้ว แต่การป้องกันการหกล้มควรทำหลายด้านร่วมกัน ควรตรวจสอบ
  • พื้นบ้านไม่ลื่น
  • ทางเดินไม่มีสิ่งกีดขวาง
  • มีแสงสว่างเพียงพอ
  • บริเวณต่างระดับมีความปลอดภัย
  • ห้องน้ำมีอุปกรณ์ช่วยพยุงที่เหมาะสม
  • บริเวณเตียงมีพื้นที่ให้ลุกและเดินได้สะดวก
กรมอนามัยแนะนำให้ครอบครัวตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในบ้าน และให้ความสำคัญกับการรับประทานยาอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ

5. หากเคยหกล้ม ควรหาสาเหตุร่วมกัน
การหกล้มไม่ได้เกิดจากยาเพียงอย่างเดียว อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การทรงตัว กล้ามเนื้อ การมองเห็น โรคประจำตัว สภาพแวดล้อม และการใช้ยา ดังนั้น หากผู้สูงอายุหกล้ม ควรพยายามหาสาเหตุที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปทันทีว่าเกิดจากยาเพียงอย่างเดียว


การป้องกันการหกล้ม ไม่ได้มีแค่เรื่องยา
สิ่งสำคัญคือ อย่ามองปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งแยกออกจากกัน การลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุควรพิจารณาทั้ง การใช้ยา + สุขภาพร่างกาย + การทรงตัว + การมองเห็น + สภาพแวดล้อม + พฤติกรรมการใช้ชีวิต

กรมอนามัยระบุปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มหลายด้าน และแนะนำให้ครอบครัวร่วมกันตรวจสอบทั้งตัวผู้สูงอายุ และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย

ดังนั้น นอกจากการตรวจสอบการใช้ยาแล้ว การปรับบ้านให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้สูงอายุก็เป็นอีกส่วนสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณที่ต้อง ลุก–นั่ง–ก้าว–เปลี่ยนทิศทาง เช่น ห้องน้ำ เตียงนอน บันได และทางเดิน อุปกรณ์ช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น ราวจับ เก้าอี้นั่งอาบน้ำ หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน อาจช่วยให้ผู้สูงอายุทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายและลักษณะการใช้งานของแต่ละคน.
...............................................................................................................................

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
    บทความ “ยาเป็นปัจจัยเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุ ... จริงหรือ?” โดย รศ. นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ สาขาวิชาอายุรศาสตร์ปัจฉิมวัย อ่านบทความจาก Siriraj Doctor
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
    ข้อมูล “10 ปัจจัยเสี่ยงการล้มในผู้สูงอายุ” ซึ่งกล่าวถึงการรับประทานยาอย่างถูกต้องตามแพทย์สั่ง รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อม อ่านข้อมูลจากอนามัยมีเดีย
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
    ข้อมูลเรื่องการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวและเสี่ยงต่อการล้ม ซึ่งกล่าวถึงยาบางชนิดที่อาจทำให้ง่วงซึมและเพิ่มความเสี่ยง อ่านข้อมูลจากกรมอนามัย
  • คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล – ศูนย์ข้อมูลยา
    มีข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับผลไม่พึงประสงค์ของยาบางชนิดในผู้สูงอายุ และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพลัดตกหกล้ม อ่านฐานข้อมูลข่าวยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้