โรคที่มากับน้ำท่วม ผู้สูงอายุควรระวังอะไรบ้าง? พร้อมวิธีป้องกันที่ครอบครัวควรรู้

Last updated: 19 ต.ค. 2569  |  43 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคที่มากับน้ำท่วม ผู้สูงอายุควรระวังอะไรบ้าง? พร้อมวิธีป้องกันที่ครอบครัวควรรู้

โรคที่มากับน้ำท่วม ผู้สูงอายุควรระวังอะไรบ้าง? พร้อมวิธีป้องกันที่ครอบครัวควรรู้

เมื่อน้ำท่วม สิ่งที่ต้องระวังไม่ได้มีเพียงความเสียหายต่อบ้านและทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึง โรคและปัญหาสุขภาพที่อาจตามมากับน้ำ น้ำขัง โคลน อาหาร และสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีสุขภาพเปราะบาง

ซึ่งกรมอนามัยระบุว่าอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากสถานการณ์น้ำท่วมมากกว่าประชาชนทั่วไป จึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โรคที่พบได้ในช่วงน้ำท่วมมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่โรคจากอาหารและน้ำ โรคจากการสัมผัสน้ำและดิน ไปจนถึงโรคระบบทางเดินหายใจและโรคที่มียุงเป็นพาหะ

7 โรคที่มากับน้ำท่วม ผู้สูงอายุควรระวัง พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้น

1. โรคไข้ฉี่หนู (Leptospirosis)
โรคไข้ฉี่หนูเป็นหนึ่งในโรคที่ควรระวังเป็นพิเศษในช่วงน้ำท่วม เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น หนู และปนเปื้อนในน้ำ ดิน หรือโคลนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลและต้องสัมผัสน้ำท่วมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อาการที่ควรสังเกต ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดบริเวณน่อง ตาแดง คลื่นไส้หรืออาเจียน

วิธีป้องกัน :
· หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือแช่น้ำโดยไม่จำเป็น
· หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำ ควรสวมรองเท้าหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
· ปิดแผลหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้บาดแผลสัมผัสน้ำท่วม
· หลังสัมผัสน้ำหรือโคลน ควรล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่

การดูแลเบื้องต้น :

หากผู้สูงอายุสัมผัสน้ำท่วมแล้วมีไข้หรืออาการผิดปกติ ควรพักผ่อนและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง และควรพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วม



2. โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ
น้ำท่วมอาจทำให้น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ และเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าสู่อาหาร น้ำดื่ม ภาชนะ และพื้นที่ประกอบอาหารได้ อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้

วิธีป้องกัน :
· รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
· ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อตามคำแนะนำ
· ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
· ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ
· หลีกเลี่ยงอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือสงสัยว่าปนเปื้อน
· ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ประกอบอาหาร

การดูแลเบื้องต้น :
หากมีอาการท้องเสีย ควรให้ผู้สูงอายุได้รับน้ำและสารละลายเกลือแร่ตามความเหมาะสม เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากถ่ายหรืออาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลียมาก ซึม หรือมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบพบแพทย์

3. โรคน้ำกัดเท้าและการติดเชื้อที่ผิวหนัง
การแช่น้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อย ระคายเคือง และเกิดแผลได้ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกนิ้วอาการที่ควรสังเกต ผิวหนังเปื่อยหรือซีด คัน แดง แสบหรือระคายเคือง ผิวหนังลอก มีแผลหรือแผลพุพอง

วิธีป้องกัน :
· หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน หากต้องเดินในพื้นที่น้ำขัง ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมและป้องกันน้ำ
· หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดหลังสัมผัสน้ำ เช็ดเท้าให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ดูแลบาดแผลให้สะอาดและปิดแผลอย่างเหมาะสม หมั่นตรวจดูผิวหนังและเท้าของผู้สูงอายุ

การดูแลเบื้องต้น :
หากผิวหนังเปียกหรือสกปรก ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะบริเวณที่เป็นแผล หากพบว่าแผล บวม แดง ร้อน เจ็บมาก มีหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ


4. โรคตาแดงและการอักเสบของดวงตา

น้ำที่ปนเปื้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการติดเชื้อบริเวณดวงตา อาการที่ควรสังเกต ตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตา ตาพร่ามัว

วิธีป้องกัน :
· ล้างมือบ่อย ๆ
· หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
· ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น
· ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน
· หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา

การดูแลเบื้องต้น :
หากมีสิ่งสกปรกหรือน้ำที่ไม่สะอาดเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หากมีอาการ ปวดตา ตามัว แพ้แสงมาก มีขี้ตาจำนวนมาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์


5. โรคระบบทางเดินหายใจ

ในช่วงน้ำท่วม ผู้สูงอายุอาจต้องอยู่ในพื้นที่พักพิงหรือพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ขณะที่สภาพแวดล้อมที่ชื้นและการทำความสะอาดหลังน้ำลดอาจมีฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนในอากาศ โรคที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่และโรคปอดบวม/ปอดอักเสบ อาการที่ควรสังเกต ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อ่อนเพลีย หายใจเหนื่อยหรือหอบ

วิธีป้องกัน :
· ล้างมือเป็นประจำ
· หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ
· สวมหน้ากากในพื้นที่แออัดหรือมีฝุ่นตามความเหมาะสม
· ดูแลพื้นที่พักให้สะอาดและมีอากาศถ่ายเท
· หากต้องทำความสะอาดหลังน้ำลด ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

การดูแลเบื้องต้น :
ให้ผู้สูงอายุพักผ่อน ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และสังเกตอาการ หากมีไข้หรืออาการทางเดินหายใจควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก หากมี หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ซึมลง หรืออาการรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์


6. โรคที่มียุงเป็นพาหะ

หลังน้ำลดอาจมีน้ำขังตามภาชนะ ซอกมุม หรือบริเวณรอบบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้ หนึ่งในโรคที่ควรเฝ้าระวังคือ ไข้เลือดออก อาการที่ควรสังเกต ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ในบางรายอาจมีผื่นหรือเลือดออกผิดปกติ

วิธีป้องกัน :
· กำจัดน้ำขังรอบบ้าน
· ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
· ใช้มุ้งหรือมาตรการป้องกันยุงที่เหมาะสม
· สวมเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดผิวหนัง
· ดูแลบริเวณพักอาศัยให้ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

การดูแลเบื้องต้น :
หากผู้สูงอายุมีไข้ ควรพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอตามความเหมาะสม และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยเฉพาะเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุของไข้ หากมีไข้ต่อเนื่อง อาการรุนแรงขึ้น หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรพบแพทย์


7. โรคเมลิออยด์ หรือ “ไข้ดิน”

โรคเมลิออยด์เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในดินและน้ำ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่มีบาดแผล หรือจากการสูดฝุ่นดินที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ อาการที่ควรสังเกต อาการอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ติดเชื้อ เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือมีแผล/การอักเสบที่ผิวหนัง

วิธีป้องกัน :
· หลีกเลี่ยงการสัมผัสดิน โคลน หรือน้ำท่วมโดยไม่จำเป็น
· ไม่เดินเท้าเปล่าในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่มีโคลน
· หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือที่เหมาะสม
· ปิดแผลให้มิดชิดก่อนสัมผัสดินหรือน้ำ
· ล้างมือและร่างกายด้วยน้ำสะอาดหลังสัมผัสดินหรือโคลน
· หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นจากดินหรือโคลน โดยเฉพาะระหว่างทำความสะอาดหลังน้ำลด

การดูแลเบื้องต้น :
หากมีบาดแผลที่สัมผัสดินหรือน้ำสกปรก ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและสบู่ และดูแลแผลให้สะอาด หากหลังสัมผัสน้ำหรือดินมี ไข้ แผลอักเสบ บวมแดง มีหนอง ไอ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลน

6 วิธีดูแลผู้สูงอายุช่วงน้ำท่วม
  1. ดื่มน้ำสะอาด ควรใช้น้ำที่ปลอดภัยสำหรับบริโภค และหลีกเลี่ยงน้ำที่อาจปนเปื้อนจากน้ำท่วม
  2. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือสงสัยว่าปนเปื้อน
  3. ล้างมือสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
  5. ตรวจดูผิวหนังและเท้าทุกวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องสัมผัสน้ำหรือมีบาดแผล
  6. สังเกตอาการผิดปกติหลังน้ำท่วม หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง ตาแดง ถ่ายเหลวมาก อาเจียน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลบวมแดง ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลน

น้ำท่วมไม่ได้มีแค่ “โรค” แต่ยังมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม
สำหรับ Elderlife ประเด็นนี้เป็นส่วนที่ควรเน้นมาก เพราะในผู้สูงอายุ น้ำท่วมอาจเพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคและอุบัติเหตุพร้อมกัน พื้นเปียก น้ำขัง สิ่งของที่ลอยอยู่ หรือทางเดินที่มองเห็นไม่ชัด อาจทำให้ผู้สูงอายุเสียการทรงตัวได้ ดังนั้น หากพื้นที่ในบ้านมีน้ำท่วม ไม่ควรให้ผู้สูงอายุเดินผ่านพื้นที่เสี่ยงโดยลำพัง

หากมีทางเลือก ควรย้ายผู้สูงอายุไปยังพื้นที่แห้งและปลอดภัยก่อน และติดตามคำแนะนำหรือประกาศอพยพจากหน่วยงานในพื้นที่ เพราะการดูแลผู้สูงอายุในช่วงน้ำท่วม ไม่ใช่เพียงการป้องกันโรค แต่คือการช่วยให้พวกเขา ปลอดภัยจากทั้งโรค อุบัติเหตุ และความเสี่ยงระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยความห่วงใยจาก Elderlife

----------------------------------

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้